อสุจิ

“ของไม่สะอาด”

“อสุจิ” เป็นรูปคำบาลี อ่านว่า อะ-สุ-จิ รากศัพท์มาจาก น + สุจิ

(๑) “น” บาลีอ่านว่า นะ เป็นศัพท์จำพวกนิบาต แปลว่า ไม่, ไม่ใช่ (no, not)

“น” เมื่อไปประสมกับคำอื่น มีกฎดังนี้ –

(1) ถ้าคำหลังขึ้นต้นด้วยพยัญชนะ ให้แปลง น เป็น อ (อะ)

(2) ถ้าคำหลังขึ้นต้นด้วยสระ คือ อ อา อิ อี อุ อู เอ โอ ให้แปลง น เป็น อน (อะ-นะ)

ในที่นี้ “สุจิ” ขึ้นต้นด้วยพยัญชนะ จึงต้องแปลง น เป็น อ

(๒) “สุจิ” รากศัพท์มาจาก สุจฺ (ธาตุ = บ่ง, ประกาศ) + อิ ปัจจัย

: สุจฺ + อิ = สุจิ แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่ประกาศความเป็นของดี”

“สุจิ” ในบาลีใช้ในความหมายดังนี้ –

(1) เป็นคุณศัพท์ หมายถึง บริสุทธิ์, สะอาด, ขาว (pure, clean, white)

(2) เป็นคำนาม (นปุงสกลิงค์) หมายถึง ความบริสุทธิ์, สิ่งที่บริสุทธิ์ (purity, pure things); ความดี, คุณความดี (goodness, merit)

: น + สุจิ = นสุจิ > อสุจิ แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่ตรงข้ามกับสุจิความสะอาด” ในที่ทั่วไปหมายถึง ไม่สะอาด, ไม่บริสุทธิ์, สกปรก (not clean, impure, unclean)

แต่ “อสุจิ” ในความหมายเฉพาะกรณี หมายถึง น้ำกาม (semen)

ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ดังนี้ –

“อสุจิ : (คำวิเศษณ์) ไม่สะอาด, ไม่บริสุทธิ์; เรียกนํ้ากามว่า นํ้าอสุจิ. (ป.).”

อภิปราย :

ในภาษาไทย ถ้าพูดว่า “อสุจิ” ก็มักจะเข้าใจกันดีว่าหมายถึงน้ำกาม

ในศีล 227 ข้อของภิกษุ มีข้อหนึ่งที่รู้กันดี คือ “ภิกษุแกล้งทำให้น้ำอสุจิเคลื่อน ต้องสังฆาทิเสส”

ถ้าตามไปดูต้นฉบับในพระวินัยปิฎก เราจะได้ความรู้เพิ่มขึ้นว่า คำว่า “น้ำอสุจิ” ที่เราเรียกกันนั้น บาลีตรงนี้ไม่ได้ใช้คำว่า “อสุจิ” แต่ใช้คำว่า “สุกฺก” (สุก-กะ)

วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ภาค 1 พระไตรปิฎกเล่ม 1 ข้อ 303 สังฆาทิเสส สิกขาบทที่ 1 มีพุทธบัญญัติไว้ว่า –

…………..

สญฺเจตนิกา สุกฺกวิสฏฺฐิ อญฺญตฺร สุปินนฺตา สงฺฆาทิเสโส.
(สัญเจตะนิกา สุกกะวิสัฏฐิ อัญญัตฺระ สุปินันตา สังฆาทิเสโส.)

แปลโดยพยัญชนะว่า –

“การปล่อยน้ำสุกกะอันเป็นไปกับด้วยเจตนา เว้นไว้แต่ฝัน เป็นอาบัติสังฆาทิเสส”

…………..

หนังสือ นวโกวาท พระนิพนธ์สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส แปลเป็นไทยตามที่เรารู้กันว่า –

“ภิกษุแกล้งทำให้น้ำอสุจิเคลื่อน ต้องสังฆาทิเสส”

คำว่า “สุกฺกวิสฏฺฐิ” แปลว่า การหลั่งน้ำกามออก (emission of semen)

โปรดสังเกตว่า ต้นฉบับบาลีใช้ศัพท์ว่า “สุกฺก-” แต่ที่รู้กันทั่วไป เราเรียกว่า “น้ำอสุจิ” ไม่ได้เรียกว่า “น้ำสุกกะ”

ที่เป็นเช่นนี้น่าจะเป็นเพราะในภาษาไทย คำว่า “สุกฺก – น้ำสุกกะ” เป็นคำที่ไม่มีใครเข้าใจว่าคืออะไร

“สุกฺก” (สุก-กะ) ถ้าเขียนตามหลักนิยมในภาษาไทยที่มักตัดตัวสะกดออก ก็ต้องสะกดเป็น “สุก”

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 เก็บคำว่า “สุก-” (มีขีดท้าย หมายถึงไม่ใช้คำเดียว ต้องมีคำอื่นมาสมาสข้างท้าย) ที่มาจากคำว่า “สุกฺก” ในบาลีไว้ บอกไว้ดังนี้ –

“สุก- ๓ : (คำวิเศษณ์) ขาว, สว่าง, สะอาด, ดี, เช่น สุกธรรม. (ป. สุกฺก).”

“สุกฺก” คำนี้แปลว่า ขาว เป็นคนละคำกับ “สุกฺก” ที่หมายถึง “อสุจิ”

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 เก็บคำว่า “อสุจิ” ที่หมายถึงน้ำสุกกะ แต่ไม่ได้เก็บคำว่า “สุกกะ” หรือ “สุกะ” ที่หมายถึงน้ำอสุจิ (semen) ไว้

…………..

ดูก่อนภราดา!

: สุขเพียงชั่วครู่เพราะน้ำสกปรก
: แต่ตกนรกชั่วกัปชั่วกัลป์