เกี่ยวกับกรณีที่นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาให้สัมภาษณ์เรื่องการขาดจากสมณเพศของพระเถระที่ถูกจับกุมซึ่งได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว
.
โดย ศาสตราจารย์ (พิเศษ) จำนงค์ ทองประเสริฐ
.
ผมได้เห็น ข่าวคุณเทวัญ ลิปตพลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลสำนักพุทธ ให้สัมภาษ​ณ์ว่า​ พระชั้นผู้ใหญ่ติดคุก​ปมเงินทอนวัดนั้นขาดสมณะเพศแล้ว โดยอ้างสำนักพุทธ​ที่ให้เหตุผล​ว่า เมื่อเข้าไปอยู่ในเรือนจำแล้วก็เท่ากับเป็นการสึก และแม้ได้รับการประกันตัวออกมาสู้คดี สมณะเพศก็ได้ขาดไปแล้ว
.
ผมมีความกังวลใจ​ว่า รัฐมนตรีที่กำกับดูแลศาสนาพุทธ​ ซึ่งเป็นศูนย์​รวมจิตใจของประชาชนส่วนใหญ่​ของประเทศไทย ถ้าเข้าใจคลาดเคลื่อนจากหลัก ก็จะเสียหลัก ก็จะเกิดความเสียหายต่อพระพุทธศาสนาได้
.
เพราะสำนักพุทธที่คุณเทวัญอ้างนั้น ก็ไม่ได้เข้าใจพระธรรมวินัยในเรื่องการสละสมณเพศกับการลาสิกขาที่ถูกต้อง การลาสิกขาของพระนั้น จะถือว่าลาสิกขาโดยเสร็จสิ้นสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อพระภิกษุรูปนั้นได้กล่าวคำลาสิกขาตามที่พระธรรมวินัยบัญญัติไว้เท่านั้น ต้องเป็นการกล่าวต่อหน้าผู้รู้ความ เข้าใจความ และรู้ภาษาความหมายในคำกล่าวนั้น และเป็นการกระทำในขณะมีสภาพจิตใจเป็นปกติ ไม่ได้ถูกบังคับ ขู่เข็ญขืนใจ ดังนี้
1) ท่านเบื่อความเป็นพระแล้ว มีจิตที่จะลาสิกขา และท่านต้องตัดสินใจด้วยตนเองว่าจะลาขาดจากความเป็นพระภิกษุ
2) ต้องเป็นการกล่าวคำลาสิกขาตามขอบเขตที่พระวินัยกำหนดไว้ และต้องเข้าใจความหมายในคำกล่าวนั้นด้วย
3) ต้องเป็นการกล่าวคำลาสิกขา ณ ปัจจุบันเท่านั้น จะไปอ้างเอาคำกล่าวในอดีตหรืออนาคตมาพูดไม่ได้
4) ท่านต้องเปล่งวาจาลาสิกขาด้วยตนเอง ไม่ใช่ให้ตำรวจ หรือใครพูดแทน
5) พระภิกษุที่ลาสิกขา และผู้รับการลาสิกขา ต้องมีสภาพจิตใจเป็นปกติ เข้าใจและรู้ความหมายในคำกล่าวลาสิกขา และบุคคลทั้งสองนั้นต้องไม่มีเวทนาหรือถูกบังคับบีบคั้นขู่เข็ญคุกคามขืนใจ
6) ต้องเป็นการกล่าวเจาะจงเฉพาะต่อหน้า และผู้อยู่ในสถานที่ลาสิกขาเข้าใจความหมาย การลาสิกขาจึงจะสมบูรณ์ทันที แต่ถ้าบุคคลเหล่านั้นฟังแล้วยังมึนงง ไม่เข้าใจว่าพูดอะไร ไม่ถือว่าเป็นการลาสิกขา ความเป็นพระภิกษุยังคงมีอยู
.
ในประเทศไทยถือกันมาว่า การลาสิกขาจะทำต่อหน้าพระภิกษุด้วยกันเท่านั้น จะทำต่อหน้าฆราวาส เช่น ตำรวจ หรือบุคคลอื่นใด ไม่นับว่าเป็นการลาสิกขา ก่อนลาสิกขาต้องแจ้งพระอุปัชฌาย์ให้อนุญาตก่อน ถ้าพระอุปัชฌาย์ไม่อยู่ก็เป็นอาจารย์ผู้ปกครอง ถ้ามิเช่นนั้น ก็ถือว่าหนีสึก เอาผ้าจีวรไปฝากไว้ตามเจดีย์ ตามต้นโพธิ์
.
ผมจึงไม่สบายใจถ้าสำนักพุทธและรัฐมนตรีที่กำกับดูแลสำนักพุทธมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ไม่เข้าใจพระธรรมวินัยอย่างถ่องแท้ เพราะสำนักพุทธศาสนาถูกก่อตั้งขึ้นมาเพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและปกป้องคุ้มครองให้พุทธบริษัทของพระพุทธศาสนายืนหยัดอยู่คู่สังคมไทยไปอีกนาน
.
แต่ความเข้าใจคลาดเคลื่อนของรัฐมนตรีและสำนักพุทธศาสนา อาจจะทำให้ศาสนาพุทธในประเทศไทยถึงเวลาที่จะล่มสลาย
.
ผู้บริหารที่ไม่เข้าใจวัฒนธรรม ไม่เข้าใจจารีตประเพณี ไม่เข้าใจพระธรรมวินัย ย่อมไม่สามารถบริหารราชการกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้
.
ผมรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง ที่คนไทยประเทศไทย หาบุคคลที่มีความรู้ความสามารถมาสนองงานพระพุทธศาสนาไม่ได้