ท่านพุทธทาส ท่านแสดงเรื่องว่าง ท่านพูดดี ท่านเข้าใจพูด ว่างจากกิเลส ท่านอธิบายอย่างนี้ เข้าใจง่าย ผมไม่เข้าใจท่านผิดหรอกครับ ที่ท่านอธิบายเรื่องว่างนี่เข้าใจดีทีเดียว

อาจารย์ เสถียร โพธินันทะ

———-☀️☀️☀️☀️☀️———-

 

ที่มา: ปาฐกถาปฐมเหตุโลกและชีวิต

…ถาม – การที่ประกาศศาสนาของชาวพุทธของเราอยู่ทุกวันนี้ซึ่งมีเรื่อง จิตว่าง กับไม่ว่าง อย่างที่เรามีการถกเถียงกันอยู่ เมื่อหากความหมายแห่งความว่าว่าง ในทรรศนะที่มีคุณลักษณะประกาศกันอยู่นี้ โดยที่รับรู้ อารมณ์ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ อยู่ในปัจจุบัน แต่เมื่อหากขณะจิตของบุคคลผู้นั้นว่ารับรู้ส่วนนั้นเป็นอารมณ์ แต่มิได้หมายความว่าละแล้ว จากความเห็นว่าเป็นอะไรกันอยู่ อันนี้จะเป็นผิดในทางพุทธศาสนาหรือเปล่า

ตอบ – เรื่องว่างนะครับ เรื่องว่างนี่ผมได้อธิบายไปแล้วว่า คนส่วนหนึ่งเข้าในผิดเรื่องว่าง คือว่า ว่าไปแล้วก็อดกล่าวถึงตัวบุคคลไม่ได้ อย่างกับ #ท่านพุทธทาสท่านแสดงเรื่องว่างท่านพูดดีท่านเข้าใจพูด #ว่างจากกิเลสท่านอธิบายอย่างนี้เข้าใจง่าย #ผมไม่เข้าใจท่านผิดหรอกครับที่ท่านอธิบายเรื่องว่างนี่เข้าใจดีทีเดียว ท่านหมายถึงคำว่าว่างนี้ไม่ใช่ปฏิเสธว่าจิตไม่มีอะไร ท่านเป็นเพียงแต่ว่า จิตว่างจากกิเลส

อย่างเช่นว่าถ้าเป็น ตทังควิมุติ ก็ว่างชั่วประเดี๋ยวประด๋าว ในขณะที่ข่มอารมณ์ได้บางขณะ ก็ว่างชั่วประเดี๋ยวประด๋าว ในขณะที่ข่มอารมณ์ได้บางขณะ ถ้าเป็น นิสรณะวิมุติ หรือ สมุทเฉทวิมุติ ก็เป็นการว่างจากโลภ หลง โดยสิ้นเชิง ไม่น่าจะผิดแปลกอะไรนี่ เรื่องจิตว่าง ที่ท่านแสดงนี่ ถ้าพิจารณาตามเนื้อหาของท่านนี้

คราวนี้ที่ไปเข้าใจผิด ก็เพราะว่าไปเจอปัญหาว่า จิตนี้ไม่มีอารมณ์เสียเลย ปฏิเสธว่าจิตไร้อารมณ์ จิตไม่มีอารมณ์ ตอนนี้แหละนักศึกษาอภิธรรมฟังแล้วไม่ใคร่จะสบใจ เพราะเหตุที่ว่าขัดกับหลักในสภาวะอภิธรรม แต่ว่าท่านจะพูดถึงว่า จิตไม่เคยมีอารมณ์เสียเลย อยู่ที่ไหนบ้างผมจำไม่ได้ จะพูดหรือเปล่าก็ไม่รู้

คราวนี้ก็พูดโดยหลักกลาง ว่าตามแนวอภิธรรมถูกแล้ว นี่ว่าตามแนวอภิธรรมนะ ผมเป็นคนกลาง ๆ ไม่เข้าใครออกใคร พูดกลาง ๆ…

=======0000=======

…เรียนรู้พระพุทธศาสนา นานานิกาย ไม่ติดนิกาย เพราะเราเป็นชาวพุทธ เราต้องเรียนรู้ธรรมะทุกๆ นิกาย #เราเป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้ #ไม่ใช่ลูกศิษย์นิกาย ลูกศิษย์พระพุทธเจ้า #พุทธนิกาย ไม่ติดนิกายเซ็น หรือมหายาน หรือหินยาน ไม่ติด ใครไปติดเรื่องของนิกาย เราก็ยังถือว่าห่าง ยังห่างมากที่ติดเรื่องลัทธินิกายนี้ #นักศึกษาพุทธศาสนาที่ดีต้องไม่ติดนิกาย อันนี้สำคัญ ถ้าไปติดนิกายแล้ว นิกายนี้บังเราไม่ให้เข้าถึงธรรมะ…

อาจารย์ เสถียร โพธินันทะ

———-❄️?️?️———-

ที่มา: ปาฐกถาปฐมเหตุโลกและชีวิต

=======00000=======

นโยบายการเผยแผ่ – ป้องกันศาสนา

พวกซิกข์เขามีสุภาษิตที่น่าคิดนะ เขาบอกว่า “เราจะไม่ก่อภัยให้กับผู้ใดในขณะเดียวกันก็จะไม่ยอมรับภัยจากผู้ใด” นี่เป็นลักษณะแท้เพราะฉะนั้นชาวพุทธเราควรจะเอาสุภาษิตของศาสนาซิกข์ มาใช้ในนโยบายป้องกันศาสนาว่า ในขณะเดียวกันในการเผยแผ่ศาสนาของเรานั้น เราจะไม่มีการกดขี่ศาสนาอื่นเค้าไม่ไปรุกรานศาสนาอื่นเขา นโยบายนี้ไม่ใช่นโยบายใหม่ เป็นนโยบายที่พระพุทธเจ้าใช้มาตั้งแต่ครั้งพระองค์แล้ว ก็อนูปวาโท อนูปฆาโตไงล่ะ วันมาฆบูชา จาตุรงคสันนิบาต พระพุทธเจ้าประชุมพระอรหันต์1200 กว่ารูปเนี่ย ประชุมเพื่อจัดทำข้อตกลงในนโยบายเผยแผ่ศาสนา ประชุมและกำหนดนโยบายเผยแผ่ศาสนาให้ฟังว่าในการเผยแผ่ศาสนานี่นะเราต้องสังวรนะ ต้องใช้ขันติ จะไม่กล่าวร้าย บรรพชิตในศาสนาพุทธจะไม่กล่าวร้ายคนอื่นเขา จะไม่เบียดเบียนคนอื่นเขาเป็นการตกลงกำหนดนโยบายการเผยแผ่ศาสนา เพราะฉะนั้นศาสนาพุทธเผยแผ่ไปถึงที่ไหน ไม่มีการรุกรานศาสนาอื่นที่นั่น ไม่มีมีแต่ให้ความร่มเย็นเป็นสุขและมีการที่จะร่วมมือกับศาสนาท้องถิ่นกระทั่งกลมกลืนเป็นศาสนาเดียวกันไปได้เลย ยกตัวอย่างเช่นในเมืองจีนในญี่ปุ่นอย่างนี้ ศาสนาพุทธแผ่เข้าไปในเมืองจีนก็กลมกลืนกับศาสนาขงจื้อศาสนาเต๋า กระทั่งคนจีนเดี๋ยวนี้แยกไม่ออก นับถือพร้อมกันทั้งสามศาสนาไหว้ทั้งพระพุทธไหว้ทั้งขงจื้อไหว้ทั้งเซียน ไหว้เขาไปหมดไหว้เจ้าไงเล่า ในพวกญี่ปุ่นก็แยกชินโตกับพุทธไม่ออก นับถือปนเปกันทั้งนี้เพราะว่าพระพุทธศาสนาไม่มีนโยบายรุกราน ไปถึงไหนมีแต่จะทำความอารีอารอบ กลมกลืนกันไป อุปมาเหมือนกับน้ำไหลไปก็จะให้ความร่มเย็นและจะปรับตนเองให้เข้ากับภาชนะที่ใส่ พระพุทธศาสนาเนี่ยถ้าเราเอาถังมาใส่น้ำ น้ำก็เป็นรูปถัง เอาโอ่งมาใส่น้ำ น้ำก็เป็นรูปโอ่ง แล้วแต่น้ำจะไหลเข้าภาชนะอะไรกลมกลืนกันได้หมด นี่เป็นลักษณะพระพุทธศาสนา อนูปฆาโต อนูปวาโต ไม่มีการกล่าวร้ายไม่มีการเบียดเบียนกันในหมู่บรรพชิตน

และก็ในขณะเดียวกันเราก็ต้องป้องกันไม่ให้ศาสนาเราถูกพวกศาสนาอื่นหรือลัทธิอื่นเขาเบียดเบียน อันนี้สำคัญมากหาทางป้องกัน วิธีป้องกันก็คือว่าตัวนักเผยแผ่เองนี่ จะต้องศึกษาพระพุทธศาสนาให้ถ่องแท้จนกระทั่งมั่นใจตัวเราเองว่า อิทธิพลอะไรในโลกจะมาล้างสมองให้เรา ขบถต่อพระรัตนตรัยไม่ได้ อันนี้สำคัญ ถ้ายังโงๆไม่มั่นคงในธรรมะของศาสนาตนเอง ยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ไม่รู้ว่าชาตินี้มีจริงไหม ไม่รู้ว่าพระพุทธเจ้าท่านมามีจริงหรือไม่มี อย่างนี้แล้วอย่าไปเผยแผ่ดีกว่า เพราะว่าแสดงว่าจิตใจเราไม่มั่นคงแล้ว ถ้าไปเจออุปสรรคหรือถูกกดขี่อะไรเข้า เราพร้อมที่จะล้างสมอง พร้อมที่จะเปลี่ยนทิฏฐิ พร้อมที่จะทรยศต่อพระรัตนตรัย อย่างนี้ไม่ได้แล้วไม่เป็นนักเผยแผ่ที่ดีแล้ว เราต้องมั่นคง

อาจารย์ เสถียร โพธินันทะ