“…ท่านเป็นผู้สนับสนุนให้ก่อตั้งยุวพุทธิกสมาคม…”

เสถียร โพธินันทะ, บุญยง ว่องวานิช, และสุพจน์ แสงสมบูรณ์ ท่านทั้ง 3 ได้จัดตั้ง “คณะยุวพุทธิกะ” ขึ้นเมื่อวันพุธ ที่ 15 มกราคม พ.ศ 2492

คณะยุวพุทธิกะซึ่งเกิดจากคนรุ่นใหม่ผู้มีอุดมการณ์มุ่งมั่นที่จะศึกษาและเผยแผ่พระพุทธศาสนา โดยมีความเห็นพ้องกันว่า จะต้องตั้งสมาคมเผยแผ่พระพุทธศาสนา สำหรับคนวัยเดียวกัน #เพื่อจะได้ชักจูงคนหนุ่มสาวให้มาสนใจในพระพุทธศาสนา ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก อ.สุชีพ ปุญญานุภาพ เมื่อครั้งยังอยู่ใต้ร่มกาสาวพัสตร์

ประวัติสังเขป อาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ

อาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ มีชื่อเดิมว่า บุญรอด สงวนเชื้อ เป็นบุตรนายอ่วม นางทองคำสงวนเชื้อ เกิด ณ บ้านตลาดบางไทรป่า ตำบลบางไทรป่า อำเภอบางปลา(อำเภอบางเลน ในปัจจุบัน) จังหวัดนครปฐม เมื่อวันที่ ๑๓ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๐

เมื่อจบการศึกษาชั้นประถมปีที่ ๕ จากโรงเรียนประชาบาลวัดสัมปทวน ตำบลวัดแค อำเภอนครชัยศรี จังวัดนครปฐม แล้ว ได้บรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุ ๑๒ ปี ณ วัดสัมปทวน โดย พระปฐมนคราจารย์ (วงศ์ โอทาตวณฺโณ) เจ้าอาวาสวัดสัมปทวน เจ้าคณะจังหวัดนครปฐม เป็นพระอุปัชฌาย์

บรรพชาแล้วได้เข้ามาอยู่เพื่อศึกษาพระปริยัติธรรม ณ วัดกันมาตุยาราม ถนนมังกร อำเภอสัมพันธวงศ์ จังหวัดพระนคร โดยได้ไปศึกษาพระปริยัติธรรม ณ สำนักเรียนวัดเทพศิรินทราวาส สอบได้เปรียญธรรม ๗ ประโยค เมื่อยังเป็นสามเณร

พ.ศ. ๒๔๘๐ อายุครบอุปสมบท ได้อุปสมบท ณ วัดกันมาตุยาราม โดยสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ ญาณวโร) วัดเทพศิรินทราวาส เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้นามฉายาว่า สุชีโว หลังจากอุปสมบทแล้ว ได้สอบพระปริยัติธรรมต่อ และได้เป็นเปรียญธรรม ๙ ประโยคเมื่อพ.ศ. ๒๔๘๒ อายุ ๒๒ ปี

อาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ ได้เริ่มทำงานทางพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์มาตั้งแต่เป็นเปรียญธรรม ๘ ประโยค โดยเริ่มทำหน้าที่จัดทำนิตยสารธรรมจักษุ ของมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นสมาชิกสังฆสภา ท่านเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนา คือ สภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย (ปัจจุบันเรียกว่า มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย)

การก่อตั้งสภาการศึกษามหามกุฏฯ ในขณะนั้น อาจารย์ต้องใช้ความพยายามและต่อสู้อุปสรรคปัญหาอันเนื่องมาจากการต่อต้านทั้งจากฝ่ายคณะสงฆ์ และฝ่ายบ้านเมืองไม่น้อย แต่ด้วยความมุ่งมั่นและสนับสนุนของพระมหาเถระองค์สำคัญในคณะธรรมยุต ความพยายามของอาจารย์จึงประสบความสำเร็จในที่สุด

ท่านได้รับพระราชทาสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะที่ พระศรีวิสุทธิญาณ เมื่ออายุ ๓๐ ปี นับเป็นพระราชาคณะอายุน้อยสุดในขณะนั้น

ท่านเป็นผู้สนับสนุนให้ก่อตั้งยุวพุทธิกสมาคม เป็นผู้แทนคณะสงฆ์ไทยไปร่วมประชุมกับ องค์กรพระพุทธศาสนาในต่างประเทศ และยังเป็นพระภิกษุไทยรูปแรกที่สามารถแสดงพระธรรมเทศนาและบรรยายเรื่องพระพุทธศาสนาเป็นภาษาอังกฤษทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งยังเป็นผู้ริเริ่มการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแนวใหม่ คือในแนวธรรมนิยายขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย รวมทั้งเป็นผู้ริเริ่มการอธิบายพระพุทธศาสนาแนวประยุกต์กับวิชาการสมัยใหม่เนื่องจากเป็นผู้มีความสามารถในการเขียน การพูด หรือการเทศน์ ซึ่งเป็นการอธิบายพระพุทธศาสนาในแนวใหม่ ทั้งในภาษาไทย และในภาษาอังกฤษ จึงทำให้ อาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ เป็นพระภิกษุหนุ่มที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วประเทศในนามว่า สุชีโวภิกขุ

ในปีพ.ศ. ๒๔๙๕ อาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ ได้ลาสิกขา ขณะเมื่ออายุ ๓๕ ปี มีสมณศักดิ์เป็นที่ พระศรีวิสุทธิญาณ เมื่อลาสิกขาแล้วจึงได้เปลี่ยนชื่อจากบุญรอด สงวนเชื้อ เป็น สุชีพ ปุญญานุภาพ

เมื่อลาสิกขาแล้ว ได้เข้ารับราชการเป็นเลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม
เป็นที่ปรึกษา ผู้อำนวยการ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (อ.ส.ท.) ผู้ช่วยผู้อำนวยการ อ.ส.ท. รองผู้อำนวยการ อ.ส.ท. (ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนเป็นการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย)จนเกษียณอายุราชการ

ในระหว่างรับราชการอยู่นั้นได้เป็นอาจารย์พิเศษสอนในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง,  มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย รวมทั้ง สถาบันการศึกษา และหน่วยงานราชการอื่น ๆ อีกมาก โดยเฉพาะงานด้านพระพุทธศาสนา อาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ ได้อุทิศตนให้แก่พระพุทธศาสนาในทุกด้าน นับตั้งแต่ดำรงอยู่ในสมณเพศ เริ่มแต่ดำริและเป็นกำลังสำคัญในการก่อตั้ง สภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย โดยเป็นผู้ร่างหลักสูตร ร่างระเบียบต่าง ๆ ตลอดจนเป็นผู้บริหารการศึกษา จัดการเรียนการสอนรวมทั้งเป็นอาจารย์สอนในสภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย จนกระทั่งลาสิกขา

แม้เมื่อลาสิกขาแล้ว ยังเป็นที่ปรึกษา และเป็นอาจารย์สอนวิชาต่าง ๆ มาโดยตลอดจวบจนวาระสุดท้ายของชีวิต

ด้านองค์กรพระพุทธศาสนาทั้งระดับชาติและระดับนานาชาติ อาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพได้ทำหน้าที่และช่วยเหลืองานด้านต่าง ๆ มาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พ.ส.ล.)
อาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ ก็ได้เกี่ยวข้องช่วยเหลือมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๓ และตลอดมาจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต

ผลงานสร้างสรรค์ในเชิงวิชาการทางพระพุทธศาสนา อาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ เป็นผู้ริเริ่มและสร้างสรรค์ไว้ในหลายด้านหลายสาขา คือ ตำราวิชาการ ปาฐกถา ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คำบรรยาย บทความ ธรรมนิยาย เรื่องแปล บันทึกเบ็ดเตล็ด รวมแล้วมากกว่า๒๐๐ เรื่อง

ตัวอย่างผลงานชิ้นสำคัญ ๆ เช่น พระไตรปิฎกฉบับสำหรับประชาชน คุณลักษณะพิเศษแห่งพระพุทธศาสนาประวัติศาสตร์ศาสนา ศาสนาเปรียบเทียบ หลักพระพุทธศาสนา ใต้ร่มกาสาวพัสตร์ กองทัพธรรม นันทะ – ปชาบดี ลุ่มน้ำนัมมทา เชิงผาหิมพานต์ อาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก พจนานุกรมศัพท์ พระพุทธศาสนา ไทย – อังกฤษ อังกฤษ – ไทย เป็นต้น

อาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ สมรสกับนางสาวเพ็ญสุข ศิวะดิตถ์ มีบุตรธิดา ๔ คน คือ
๑. นางดนูนาถ สุวรรณานนท์
๒. นางสมัญญา ผ่องไพบูลย์
๓. นายฐานันตร์ ปุญญานุภาพ
๔. นายชัญญพัฒน์ ปุญญานุภาพ

อาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ ถึงแก่กรรม เมื่อวันที่ ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ ณ โรงพยาบาลกรุงเทพ สิริอายุได้ ๘๓ ปี ๒๑ วัน

 

(ขอขอบพระคุณ เพจ : เสถียร โพธินันทะ https://www.facebook.com/satiarpothinunta/?tn-str=k%2AF)