“รักอมตะไม่มีในโลก เพราะความรักเป็นสังขารอย่างหนึ่ง ว่ากันอย่างภาษาพระอภิธรรม ความรักอย่างหนุ่มสาวก็คือโลภมูลจิตนั่นเอง ธรรมชาติของจิตย่อมเกิดดับเป็นขณะๆ สืบเนื่องกันไปเจตสิกคือธรรมซึ่งเกิดดับร่วมกับจิต จึงเกิดดับตามไปด้วย พูดอย่างภาษาชาวบ้านก็คือว่า ตัวคนผู้รักหรือตัวคนผู้จะรับความรักยังต้องเกิดแก่เจ็บตาย แล้วอ้ายเจ้าความรักมันจะเป็นอมตะอยู่ได้อย่างไรเล่า พ่อคุณเอ๋ย เมื่อรักอมตะมีไม่ได้ ผมก็หมดปัญญาจะบอกวิธีให้ได้รักอมตะได้”

อาจารย์ เสถียร โพธินันทะ
เสถียร โพธินันทะ. (14 กุมภาพันธ์ 2562).

=======000=======

ตราบใดที่สัตว์โลกยังมีกิเลสตัณหา ก็ยังมีการประกอบกุศลกรรมบ้าง อกุศลกรรมบ้าง อำนาจแห่งผลกรรมเหล่านี้จักบันดาลชาติใหม่ภพใหม่ให้อีก เพราะลำพังในชั่วระยะชีวิตชาตินี้สั้นเกินไปที่จะชดเชยผลได้หมด ประกอบทั้งมีกิเลสตัณหาเป็นแรงดันจึงต้องมีการเวียนว่ายตายเกิด จนกว่าเมื่อใดหมดกิเลสก็สิ้นกรรม เมื่อสิ้นกรรมก็ไม่มีวิบาก วัฏฏะจึงหยุดหมุน 

อาจารย์เสถียร โพธินันทะ
เสถียร โพธินันทะ.(2510).ตอบปัญหาร้อยแปด:สถิติการพิมพ์.