ข้าพเจ้าขอกล่าวว่าอภิธรรมปิฎกนี้ ไม่เป็นพระพุทธภาษิตทั้งหมด จะเป็นพระพุทธภาษิตก็แต่เฉพาะตัวบทมาติกา และข้ออธิบายบางแห่ง นอกนั้นเป็นอาจริยภาษิตซึ่งอรรถาธิบายมาติกาให้พิสดาร ตามแนวของพระพุทธมติ ซึ่งไม่ควรถือว่าเมื่อมิใช่เป็นพระพุทธภาษิตทั้งหมดแล้วก็เลยไม่นิยมนับถือ ความจริงอภิธรรมนั้นมิใช่อื่นมิใช่ไกลที่ไหน เนื้อแท้ก็เป็นธรรมในพระสูตรนั่นเอง แต่พระอาจารย์ท่านเลือกชักเอาแต่หัวข้อหรือแม่บทที่เรียกว่ามาติกาออกมารวบรวมขึ้นต่างหากปิฎกหนึ่ง แล้วขยายความให้พิสดารเพื่อความเข้าใจง่าย หรือเพื่อความละเอียดซึ่ง บางทีเพราะความละเอียด เลยกลายเป็นปิฎกที่มีความยากเย็นสุขุมลุ่มลึกต้องศึกษากันเป็นเวลานาน

นิกายสรวาสติวาทหรืออีกชื่อหนึ่ง คือนิกายอภิธรรม นิกายนี้เป็นสาขาแยกออกไปจากเถรวาท ในราวพุทธศตวรรษที่หนึ่ง และค่อยๆ เจริญเติบโตเป็นลำดับจนกลายเป็นนิกายที่ทรงอิทธิพลในอินเดียภาคเหนืออยู่ถึง 5 ศตวรรษ นิกายนี้มีอภิธรรม 7 คัมภีร์เหมือนกัน แต่มีอรรถรสแตกต่างไปจากอภิธรรมของเถรวาท ความพิสดารนั้นจักอธิบายในตอนข้างหน้า นิกายนี้ถือว่าพระสารีบุตร พระโมคคัลลานะ และพระมหากัจจานะหรือกาตยานีบุตรเป็นปฐมาจารย์แห่งอภิธรรม ซึ่งเป็นการให้ข้อคิดเห็นแก่เราดีมาก

คุณนิรเทศศาสตร์ [1] ของฝ่ายนิกายมหาสังฆิกะก็ได้กล่าวว่า พระกาตยานีบุตรรวบรวมเอาหลักธรรมที่เป็นฝ่ายปัญญาล้วนๆ จากพระสูตรเรียกว่าอภิธรรมแล้วนำไปสาธยายถวายพระพุทธองค์ทรงสดับ พระตถาคตเจ้าทรงอนุโมทนารับรอง

อนึ่งในอังคุตตรนิกายของมหาสังฆิกะ มีที่หนึ่งแสดงว่าพระพุทธองค์เสด็จไปแสดงธรรมเทศนาโปรดพุทธมารดาในดาวดึงส์

ข้อกล่าวว่าพระมหากาตยานีบุตรหรือพระมหากัจจานะรวบรวมข้อธรรมในพระสูตรออก จัดเป็นอภิธรรมปิฎกนั้น ข้าพเจ้ามีความเชื่อมั่นว่าเป็นความจริง และอภิธรรมก็ได้เกิดมีมาแต่เบื้องสมัยพุทธกาลแล้ว ด้วยพระมหากัจจานะได้รับยกย่องจากพระศาสดาว่าเลิศทางกระจายธรรมย่อให้พิสดาร มีอยู่บ่อยครั้งที่พระผู้มีพระภาคตรัสเทศนาแต่หัวข้อธรรมโดยย่อซึ่งเรียกว่าอุเทศ แล้วท่านเป็นผู้อธิบายให้พิสดารละเอียดออกไป จนพระศาสดาตรัสแก่ภิกษุสงฆ์ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! มหากัจจานะเป็นบัณฑิตมีปัญญามาก แม้หากว่าเธอทั้งหลายจะพึงถามเนื้อความนั้นกะเราไซร้ แม้เราก็คงพยากรณ์เหมือนอย่างมหากัจจานะพยากรณ์”[2]

นอกจากนี้ท่านยังเป็นผู้ปักหลักพระพุทธศาสนาในแคว้นอวันตีเป็นคนแรก อภิธรรมจักต้องเป็นการรวบรวมของท่านและของพระสารีบุตรเป็นแน่ ข้าพเจ้าปรารถนาจะกล่าวว่าท่านทั้งสองเป็นปฐมอรรถกถาจารย์

คัมภีร์ที่ถือกันว่าเป็นภาษิตของพระสารีบุตร เช่นปฏิสัมภิทามรรค [3] จุลนิทเทศ [4] มหานิทเทศ [5] ก็มีรูปโครงอย่างอภิธรรม คัมภีร์จุลนิทเทศ มหานิทเทศ เป็นคัมภีร์แก้อรรถที่ยาก

ในสุตตนิบาต ขุททกนิกาย [6] จัดว่าเป็นอรรถกถาที่เก่าที่สุด ส่วนปฏิสัมภิทามรรคนั้นแก้ความในมาติกาว่าด้วยญาณของพระพุทธเจ้าและพระสาวก กับอธิบายปรมัตถธรรมอันลึกซึ้งเป็นลำดับ

ในสัทธัมมปัชโชติกา อรรถกถา ของจุลนิทเทศ มหานิเทศ [7] แต่งโดยพระธรรมปาละ ราวพุทธศตวรรษที่ 10 มีปณามคาถาว่า

สารีปุตฺโต มหาปญฺโญ, สตฺถุกปฺโป ชินตฺรโช
ธมฺมจกฺกํ วิภาเชตฺวา, มหานิทฺเทสมพฺรวิ
ปาโฐ วิสิฏฺโฐ นิทฺเทโส, ตํ นาม วิเสสิโต จฯ [8]

แปลว่า “พระสารีบุตรผู้มีปัญญายิ่งยง ผู้เป็นพุทธชิโนรสเทียมเท่าองค์พระศาสดา แจกแจงพระธรรมจักรกล่าวมหานิทเทศไว้แล้วฯ พระบาลีมีนิทเทศอันวิเศษ”

อรรถกถาที่กล่าวกันว่าเป็นของพระมหากัจจานะแต่งคือคัมภีร์เนติปกรณ์ แต่งเป็นอรรถกถาวรรณานวังคสัตถุศาสน์ มีลีลาโวหารคล้ายคลึงกับคัมภีร์จุลนิทเทศมหานิเทศ ตอนจบแห่งคัมภีร์มีความบ่งชัดว่า เอตฺตาวตา สมตฺตา เนตฺติยํ อายสฺมตา มหากจฺจาเนน ภาสิตาภควตา อนุโมทิตา มูลสงฺคีติยํ สงฺคีตาติ [9] แปลความว่า “เนติ อันพระมหากัจจานะผู้มีอายุภาสิตแล้ว อันพระผู้มีพระภาคอนุโมทนาแล้ว อันพระเถระผู้ร้อยกรองพระธรรมวินัย สังคายนาแล้วในสังคีติดั้งเดิม จบลงด้วยประการเท่านี้แล”

เพราะฉะนั้นฝ่ายอภิธรรมเมื่อจะกล่าวถึงประวัติมูลเดิม ย่อมถือว่าพระสารีบุตรกับพระมหากัจจานะเป็นปฐมาจารย์แห่งอภิธรรม

อาจารย์เสถียร โพธินันทะ
หนังสือประวัติศาสตร์พุทธศาสนา (เสถียร โพธินันทะ, ม.ป.ป.,หน้า 86 และ 88-89)
__________________________________________
[1] ภาษาจีนเรียกว่า ฮุนเปียคกงเต๊กหลุน
[2] มหากัจจานภัทเทกรัตตสูตร ม.อุ. (บาลี) 14/564/368 (สยา.)
“ปณฺฑิโต ภิกฺขเว มหากจฺจาโน มหาปญฺโญ ภิกฺขเว
มหากจฺจาโน มญฺเจปิ ภิกฺขเว เอตมตฺถํ ปฏิปุจฺเฉยฺยาถ อหมฺปิ ตํ เอวเมวํ พฺยากเรยฺยํ ยถาตํ มหากจฺจาเนน พฺยากตํ เอโส เจว ตสฺส อตฺโถ เอวญฺจ นํ ธาเรถาติ ฯ”
[3] พระไตรปิฎกบาลีสยามรัฐเล่มที่ 31 ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค
[4] พระไตรปิฎกบาลีสยามรัฐเล่มที่ 29 ขุททกนิกาย มหานิเทส
[5] พระไตรปิฎกบาลีสยามรัฐเล่มที่ 30 ขุททกนิกาย จูฬนิเทส
[6] พระไตรปิฎกบาลีสยามรัฐเล่มที่ 25 ขุททกนิกาย สุตตนิบาต “เป็นชั้นของพระไตรปิฎกแต่อาจารย์อธิบายว่า เป็นอรรถกถา”
[7] เป็นอรรถกถาของขุททกนิกาย มหานิเทส
[8] ขุ.ม.อ. (บาลี) หน้า 1 (มจร.)
[9] เนตฺติ. (บาลี) 125/192 (มจร.)