#บทความบาฬี ๒๗

โดย อาจารย์รุ่งอรุณ จันทร์สงคราม.

****

เร ใน วุจฺจเร ใช่ เร ปโรกฺขา หรือไม่
คำตอบคือ ไม่ใช่ เพราะหากเป็น เร ปโรกขาวิภัติ ฝ่ายอัตตโนบท ปฐมบุรุษ พหูพจน์นั้น จะต้องมีสระ อิ อยู่ก่อน เร เพราะ เร ปโรกขานั้นเป็นพยัญชนาทิวิภัติ (วิภัติที่มีพยัญชนะเป็นตัวต้น) ในกลุ่มอสัพพธาตุก์ ซึ่งจะต้องลง อิ อาคมหน้าวิภัติด้วย
แล้ว เร ที่พบใน วุจฺจเร นั้น คือ เร อะไร
เร นี้เป็นอาเทสของ นฺเต ใน อนฺเต วิภัติ เพราะคำไขของ วุจฺจเร ก็คือ วุจฺจนฺเต หรือ วุจฺจนฺติ นั่นเอง
กล่าวให้ครอบคลุม สามารถกล่าวได้ว่า เร นั้นเป็นตัวแทนเป็นอาเทสของ นฺติ นฺเต ในวิภัติเหล่านี้คือ อนฺติ, อนฺเต, สฺสนฺติ, สฺสนฺเต
การใช้ เร แทนนี้ เกิดได้ในลักษณะใด
มีข้อกำหนดกล่าวไว้ในโมคคัลลานะ[1]รวมทั้งในรูปสิทธิ[2] ว่า เกิดได้เมื่อสองพยางค์หน้าก่อน เร นั้นเป็นเสียงครุและรัสสะต่อเนื่องกัน
ดูจากคำว่า “วุจฺจเร” จะเห็นได้ว่าสองพยางค์หน้าคือ วุจฺจนั้น เป็นเสียงครุและรัสสะต่อกัน ดังนั้นคำกริยาที่มี เร ซึ่งมาจาก นฺติ นฺเต นั้นจะต้องเป็นคำที่มีพยางค์อย่างน้อยสามพยางค์ โดยสองพยางค์หน้า เร จะเป็น ครุ รัสสะ จากนั้นจึงเป็น เร
ตัวอย่างคำกริยาที่มี เร อยู่ท้าย เช่น คจฺฉเร, ภวิสฺสเร
การใช้ เร นี้ช่วยในเรื่องคาถา เพราะเป็นการปรับเสียงให้ลงตัวตามลักษณะของคาถา ดูจาก “คจฺฉเร (212)”จัดเป็น ร คณะ หากเป็น “คจฺฉนฺติ (221)” จัดเป็น ต คณะ จะเห็นได้ว่าเสียงครุลหุจะต่างกัน ดังนั้นการใช้เสียงแทนตามไวยากรณ์ ก็มีความเกี่ยวข้องกับรูปแบบของคาถาอยู่ด้วย
อนึ่ง แม้ในรูปสิทธิจะกล่าวเพียง อนฺติ อนฺเต เป็น เร แต่เมื่อมีรูปคำเช่น ภวิสฺสเร ซึ่งเท่ากับ ภวิสฺสนฺติ อยู่ด้วย ก็สามารถกล่าววิธีเปลี่ยนรูป นฺติ ใน สฺสนฺติ เป็น เร ตามแนวโมคคัลลานะได้ โดยใช้มหาสูตร ข้อ ๔๘๘ (กฺวจิ ธาตุฯ) เป็นสูตรปฏิบัติได้เช่นกัน
จาก –
ร้อยคำถามภาษาบาฬี (เล่ม ๑)
รุ่งอรุณ จันทร์สงคราม : เขียน
***
ข้อมูลอ้างอิง
[1] กัณฑ์ ๖ ข้อ ๗๔ “ครุปุพฺพา (คุรุปุพฺพา) รสฺสา เร นฺเตนฺตีนํ”
[2] กล่าวไว้ในข้อ ๔๔๒ และ ๔๔๗ โดยใช้มหาสูตร ข้อ ๔๘๘ เป็นสูตรปฏิบัติ