แผ่นดินพระพุทธศาสนา

————————

ตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไปจนตลอดไตรมาส

ผมหวังใจว่า เมื่อถึงเวลา ๐๔๐๐ ของทุกคืน

วัดทุกวัดจะย่ำระฆังกังวานไปทั่วพระราชอาณาจักร

เป็นสัญญาณปลุกพระภิกษุสามเณรและคนวัดให้ลุกขึ้นมาทำวัตรสวดมนต์เป็นพิเศษอีกเวลาหนึ่งเพิ่มขึ้นจากการทำวัตรเช้า-เย็นที่ทำเป็นปกติอยู่แล้วตลอดทั้งปี

เป็นการประกาศให้โลกรู้ว่านี่คือแผ่นดินพระพุทธศาสนา

ในอดีตหมาดๆ ตลอดช่วงเวลาเข้าพรรษา ๓ เดือน พระภิกษุสงฆ์องค์เณรท่านจะกวดขันตนเองให้พากเพียรบำเพ็ญธรรมสัมมาปฏิบัติเพิ่มขึ้นจากเวลาปกติ เพื่อเป็นพุทธบูชา อีกทั้งเป็นการย้ำเตือนให้รู้กันว่า นี่คือช่วงเวลาเข้าพรรษา ไม่ใช่ช่วงเวลาที่จะเรื่อยเปื่อยเฉื่อยชาสะเปะสะปะ

ไม่ใช่ว่า-เข้าพรรษาหรือไม่เข้าไม่พรรษาก็ไม่มีสัญญาณอะไรเลยที่บ่งบอกว่าแตกต่างกัน

การตื่นขึ้นไหว้พระสวดมนต์ตอนตีสี่ในช่วงเวลาเข้าพรรษาเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตสงฆ์

รักษาวิถีชีวิตสงฆ์ไว้ได้
ก็รักษาพระศาสนาไว้ได้

——————–

แต่ถ้าถึงเวลาตีสี่แล้ว ทุกวัดยังจำวัดกันอุตุเหมือนเดิม-เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ผมก็จะไม่แปลกใจแต่ประการใด

แต่จะเพิ่มความมั่นใจยิ่งขึ้นไปอีกว่า บัดนี้เราไม่ได้มีใจที่จะรักษาพระศาสนากันอีกแล้ว

เมื่อไม่มีเสียงระฆัง เราก็อาจจะได้ยินเสียงโหยหวนอีกชนิดหนึ่งซึ่งมักจะดังขึ้นในเวลาใกล้เคียงกัน เป็นเสียงที่ใครได้ยินก็รู้ทันทีว่าเป็นเสียงสรรเสริญพระผู้เป็นเจ้า

เมื่อไม่ได้ยินเสียงระฆัง แต่มีเสียงเช่นนั้นดังขึ้นมาแทน เราก็แน่ใจได้เลยว่า บัดนั้นแผ่นดินนี้ไม่ใช่แผ่นดินพระพุทธศาสนาอีกต่อไปแล้ว

และพวกเราด้วยกันนี่เองที่ช่วยกันทำให้เป็นเช่นนั้น

ตลอดช่วงเวลาเข้าพรรษา
เคาะระฆังตอนตีสี่
ลุกขึ้นทำวัตรสวดมนต์
คือวิถีชีวิตของสงฆ์

รักษาวิถีชีวิตสงฆ์ไว้ไม่ได้
ก็รักษาแผ่นดินพระพุทธศาสนาไว้ไม่ได้

นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย
๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๑
๒๐:๒๙