“โลโกปตฺถมฺภิกา เมตฺตา”
เมตตาธรรม ค้ำจุนโลก

พระพุทธเจ้าทรงสอนให้เจริญเมตตาอยู่อย่างสม่ำเสมอให้มีความรู้สึกที่ดีต่อคนทุกๆ คน มองเขาเป็นเหมือนเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้อง เป็นคนที่เรารักที่เราชอบ ถึงแม้จะไม่รู้จักเขา ก็ขอให้มองเขาแบบนั้นเพราะเมื่อมองเขาแบบนั้นแล้ว เราจะไม่มีความโกรธแค้นอาฆาตพยาบาท ​

บุคคล ๔ จำพวก คือ อุคฆฏิตัญญู วิปจิตัญญู เนยย ปทปรมะ ก็เปรียบเหมือนดอกบัว ๔ เหล่านั้นแล. ในบุคคล ๔ จำพวกนั้น บุคคลที่ตรัสรู้ธรรมพร้อมกับเวลาที่ท่านยกขึ้นแสดง ชื่ออุคฆฏิตัญญู. บุคคลที่ตรัสรู้ธรรมเมื่อท่านแจกความแห่งคำย่อโดยพิสดาร ชื่อว่าวิปจิตัญญู. บุคคลที่ตรัสรู้ธรรมโดยลำดับด้วยความพากเพียรท่องจำ ด้วยการไต่ถาม ด้วยทำไว้ในใจโดยแบบคาย ด้วยคบหาสมาคมกับกัลยาณมิตร ชื่อว่าเนยย. บุคคลที่ไม่ตรัสรู้ธรรมได้ในชาตินั้น แม้เรียนมาก ทรงไว้มาก สอนเขามาก ชื่อว่าปทปรมะ.

ดังนั้น ๔ ประการที่พระพุทธองค์ทำแทนไม่ได้
๑.ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงวิบากกรรมได้ ใครสร้างกรรมเอาไว้ ไม่มีใครรับแทนได้ คนนั้. นต้องรับเอง
๒.ปัญญาให้กันไม่ได้ต้องฝึกฝนเอาเองถึงจะเกิดปัญญาได้
๓. ความศรีวิลัยของธรรมะไม่สามารถสื่อทางภาษาได้ ความจริงแท้ในจักรวาล ต้องใช้การปฏิบัติ หนทางเดียวเท่านั้น เพื่อพิสูจน์ความจริง
๔. คนที่ไม่มีวาสนาที่ดีกับเรา จะฟังไม่เข้าถึงใจ เราจึงโปรดเขาไม่ได้ …

ฝนแม้จะตกทั่วฟ้า ก็ยังไม่เกิดประโยชน์กับหญ้าที่ไร้ราก พระธรรมกว้างใหญ่ไพศาล ก็ยากที่จะโปรดคนไร้วาสนาได้ ดังนี้ แล

จากพระไตรปิฏก….
อุคฆฏิตัญญุสูตร บุคคลวรรค อังคุตตรนิกาย
อรรถกถา ทีฆนิกาย มหาวรรค มหาปทานสูตร ธมฺมเทสนาธิฏฺฐานวณฺณนา

( มูลคันธกุฏี วัดเชตวันมหาวิหาร นครสาวัตถี )