ใบไม้ในมือ กับ ใบไม้ในป่าสำนวนบาลีที่น่าจดจำ

ในพระไตรปิฎกมีพระสูตรหนึ่ง ไม่ปรากฏชื่อ ในที่นี้ขอเรียกว่า “สีสปาปัณณสูตร” แปลว่า “พระสูตรว่าด้วยใบประดู่ลาย” มีข้อความที่ควรศึกษา ดังนี้ – 

…………..

(1) เอกํ สมยํ ภควา โกสมฺพิยํ วิหรติ สีสปาวเน. 

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ สีสปาวัน (ป่าประดู่ลาย) กรุงโกสัมพี

(2) อถ โข ภควา ปริตฺตานิ สีสปาปณฺณานิ ปาณินา คเหตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ 

ครั้งนั้นพระผู้มีพระภาคทรงถือใบประดู่ลาย 2-3 ใบด้วยฝ่าพระหัตถ์ แล้วตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมาแล้วตรัสว่า

(3) ตํ กึ มญฺญถ ภิกฺขเว 

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน

(4) กตมํ นุ โข พหุตรํ ยานิ วา มยา ปริตฺตานิ สีสปาปณฺณานิ ปาณินา คหิตานิ ยทิทํ อุปริ สีสปาวเนติ. 

ใบประดู่ลาย 2-3 ใบที่เราถือด้วยผ่ามือ กับใบที่บนต้น ไหนจะมากกว่ากัน

(5) อปฺปมตฺตกานิ ภนฺเต ภควตา ปริตฺตานิ สีสปาปณฺณานิ ปาณินา คหิตานิ อถ โข เอตาเนว พหุตรานิ ยทิทํ อุปริ สีสปาวเนติ. 

ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ใบประดู่ลาย 2-3 ใบที่พระผู้มีพระภาคทรงถือด้วยฝ่าพระหัตถ์มีประมาณน้อย ที่บนต้นมากกว่า พระเจ้าข้า

(6) เอวเมว โข ภิกฺขเว 

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า อย่างนั้นเหมือนกันภิกษุทั้งหลาย

(7) เอตเทว พหุตรํ ยํ โว มยา อภิญฺญาย อนกฺขาตํ. 

สิ่งที่เรารู้แล้วมิได้บอกเธอทั้งหลายมีมากกว่า

(8) กสฺมา เจตํ ภิกฺขเว มยา อนกฺขาตํ.

ก็เพราะเหตุไรเราจึงไม่บอก?

(9) น เหตํ ภิกฺขเว อตฺถสญฺหิตํ 

เพราะสิ่งนั้นไม่ประกอบด้วยประโยชน์

(10) นาทิพฺรหฺมจริยกํ 

มิใช่เบื้องต้นแห่งพรหมจรรย

(11) น นิพฺพิทาย 

มิใช่เพื่อความหน่าย

(12) น วิราคาย 

มิใช่เพื่อความคลายกำหนัด

(13) น นิโรธาย 

มิใช่เพื่อความดับ

(14) น อุปสมาย 

มิใช่เพื่อความสงบ

(15) น อภิญฺญาย 

มิใช่เพื่อความรู้ยิ่ง

(16) น สมฺโพธาย 

มิใช่เพื่อความตรัสรู้

(17) น นิพฺพานาย สํวตฺตติ. 

มิได้เป็นไปเพื่อนิพพาน

(18) ตสฺมาตํ มยา อนกฺขาตํ. 

เพราะเหตุนั้นเราจึงไม่บอก

ที่มา: สีสปาปัณณสูตร สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค
พระไตรปิฎกเล่ม 19 ข้อ 1712

…………..

อภิปราย :

ครั้งหนึ่ง เคยมีผู้บรรยายธรรมสำนักหนึ่งนำเรื่องราวต่างๆ มาบรรยายแล้วแถลงเหตุผลว่า เรื่องที่ท่านนำมาแสดงแม้ไม่มีในพระไตรปิฎก แต่ก็ควรนับว่าเป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าด้วยเช่นเดียวกัน คือเป็นคำสอนที่เรียกว่า “ใบไม้ในป่า” โดยอ้างพระสูตรนี้เป็นหลักฐานว่า ธรรมะที่พระพุทธองค์นำมาตรัสสอนมีเพียงเล็กน้อยเหมือน “ใบไม้ในมือ” แต่ธรรมะที่ท่านนำมาแสดงเหมือน “ใบไม้ในป่า” ซึ่งยังมีอยู่อีกเป็นอเนกอนันต์

ถ้าหยุดอยู่เพียงแค่นี้ ก็นับว่าแสดงเหตุผลได้น่าฟังอยู่

แต่ถ้าศึกษาต่อไปอีกสักหน่อยเดียวก็จะพบคำตอบว่า ทำไม “ใบไม้ในป่า” พระพุทธองค์จึงไม่ทรงนำมาแสดง

ทรงแถลงเหตุผลในข้อความถัดมานั่นเองว่า เพราะเรื่องพวกนั้นไม่เป็นประโยชน์-ไปจนถึงสุดท้าย-มิได้เป็นไปเพื่อพระนิพพานอันเป็นเป้าหมายของพระพุทธศาสนา

สรุปว่า ทรงปฏิเสธไว้ชัดเจนว่า “ใบไม้ในป่า” ไม่ใช่เรื่องที่เป็นประโยชน์ จึงไม่ทรงแสดง

เพียง “ใบไม้ในมือ” ที่ทรงแสดงไว้ก็มากพอแล้วที่จะศึกษาและปฏิบัติเพื่อทำที่สุดแห่งทุกข์ได้โดยสมบูรณ

ทำไมจึงจะต้องเอา “ใบไม้ในป่า” มาแสดงกันอีกเล่า

สำนวน “ใบไม้ในมือ” กับ “ใบไม้ในป่า” จึงเป็นเรื่องที่น่าศึกษา ด้วยประการฉะนี้

…………..

ดูก่อนภราดา!

: ศึกษาที่ทรงสอน
แม้ม้วยมรณ์ไม่หมดมือ

: แก่นแท้ไม่ยึดถือ
สะเก็ดเปลือกเลือกหรือไร?