ไสยาสน์

แปลว่ากระไร-ฤๅผิดจนถูกไปอีกคำหนึ่ง

อ่านว่า ไส-ยาด

แยกศัพท์เท่าที่ตาเห็นเป็น ไสยา + อาสน์

(๑) “ไสยา”

บาลีเป็น “เสยฺยา” (เสย-ยา) รากศัพท์มาจาก สิ (ธาตุ = นอน) + ย ปัจจัย, แผลง อิ ที่ สิ เป็น เอ (สิ > เส) ซ้อน ยฺ + อา ปัจจัยเครื่องหมายอิตถีลิงค์

: สิ > เส + ยฺ + ย = เสยฺย + อา = เสยฺยา แปลตามศัพท์ว่า “ที่เป็นที่นอน”

พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล “เสยฺยา” ว่า a bed, couch (เตียง, เก้าอี้นอน)

บาลี “เสยฺยา” สันสกฤตเป็น “ศยฺยา” 
สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ว่า –

“ศยฺยา : (คำนาม) ‘ศัยยา,’ ที่นอน; การร้อย; a bed or couch; stringing.”

“เสยฺยา” ในภาษาไทยใช้เป็น “ไสยา” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

“ไสยา : (คำนาม) การนอน, ที่นอน. (ป. เสยฺยา; ส. ศยฺยา).”

(๒) “อาสน์”

บาลีเป็น “อาสน” (อา-สะ-นะ) รากศัพท์มาจาก –

(1) อาสฺ (ธาตุ = นั่ง; ตั้งไว้) + ยุ ปัจจัย, แปลง ยุ เป็น อน (อะ-นะ)

: อาสฺ + ยุ > อน = อาสน แปลตามศัพท์ว่า (1) “การนั่ง” “ที่นั่ง” (2) “ที่เป็นที่ตั้ง”

(2) อา (แทนศัพท์ “อาคนฺตฺวา” = มาแล้ว) + สิ (ธาตุ = นอน), ยุ ปัจจัย, แปลง ยุ เป็น อน (อะ-นะ), ลบ อิ ที่ สิ (สิ > ส, ภาษาไวยากรณ์ว่า “ลบสระหน้า”)

: อา + สิ = อาสิ > อาส + ยุ > อน = อาสน แปลตามศัพท์ว่า “ที่เป็นที่มานอน”

“อาสน” หมายถึง การนั่ง, การนั่งลง, ที่นั่ง, บัลลังก์ (sitting, sitting down; a seat, throne)

หมายเหตุ: “อาสน” ที่แปลตามศัพท์ว่า “ที่เป็นที่มานอน” เป็นการแปลตามรูปวิเคราะห์ แต่หมายถึง “ที่นั่ง” เพราะโดยปกติแม้จะนอนก็ต้องนั่งก่อน

ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

“อาสน- ๒, อาสน์, อาสนะ : (คำนาม) ที่นั่ง, เครื่องปูรองนั่ง, (ใช้เฉพาะพระภิกษุสามเณร). (ป., ส.).”

เสยฺยา + อาสน = เสยฺยาสน (เสย-ยา-สะ-นะ) > ไสยาสน์

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

“ไสยาสน์ : (คำกริยา) นอน, เรียกพระพุทธรูปในท่านอนว่า พระไสยาสน์ หรือ พระพุทธไสยาสน์, เรียกพระพุทธรูปปางนอนว่า พระปางไสยาสน์. (คำนาม) ชื่อพระพุทธรูปปางหนึ่ง อยู่ในพระอิริยาบถนอนตะแคงข้างขวา หลับพระเนตร พระเศียรหนุนพระเขนย พระหัตถ์ซ้ายทอดทาบไปตามพระกายเบื้องซ้าย พระหัตถ์ขวาหงายวางอยู่ที่พื้นข้างพระเขนย พระบาททั้ง ๒ ตั้งซ้อนกัน. [ป. เสยฺย (นอน) + อาสน (นั่ง)].”

อภิปราย :

คำว่า “เสยฺยาสน” หรือ “ไสยาสน์” ถ้าแปลตามรูปศัพท์ที่ตาเห็น ต้องแปลว่า “ที่นอนและที่นั่ง” หรือ “การนอนและการนั่ง” แต่ที่เข้าใจกันในภาษาไทยหมายถึง “นอน” อย่างเดียว ไม่มี “นั่ง”

เมื่อไม่มี “นั่ง” ทำไมจึงมี “อาสน์” ที่แปลว่า “นั่ง” ?

จริงอยู่ คำว่า “อาสน” มีแปลตามศัพท์แบบหนึ่งว่า “ที่เป็นที่มานอน” ซึ่งน่าจะยอมให้ว่า “อาสน” ในที่นี้หมายถึง “ที่นอน” “เสยฺยาสน” หรือ “ไสยาสน์” จึงสามารถแปลได้ว่า “การนอนบนที่นอน”

แต่ยังไม่เคยพบข้อความในคัมภีร์ที่ “อาสน” หมายถึง “ที่นอน” แม้แต่ศัพท์ว่า “เสยฺยาสน” ก็ยังไม่พบ จึงไม่ชวนให้สนิทใจที่จะแปล “อาสน” ว่า “ที่นอน”

ผู้เขียนบาลีวันละคำใคร่จะสันนิษฐานว่า คำว่า “ไสยาสน์” นี้เดิมทีเดียวน่าจะสะกดเป็น “ไสยาศ” (ศ ศาลา สะกด) เป็นคำที่ในภาษากาพย์กลอนเรียกว่า “ศ เข้าลิลิต” คือคำที่เติม “ศ” เข้าข้างท้ายเพื่อแปลงเสียงให้ได้สัมผัสตามที่ต้องการ เช่น “นารี” เป็น “นาเรศ” “นาวา” เป็น “นาเวศ” “ภุมรา” เป็น “ภุมเรศ”

ในที่นี้ คำเดิมคือ “ไสยา” แผลงตามกฎ “ศ เข้าลิลิต” น่าจะเป็น “ไสเยศ” แต่ไม่จำเป็นต้องลงเสียง “เ-ศ” เสมอไป

คำเทียบที่เห็นได้ชัดคือคำว่า “ลีลาศ” (เต้นรําแบบตะวันตก) คำเดิมคือ “ลีลา” ที่หมายถึง ท่าทาง, ท่าทางอันงาม, การเยื้องกราย

“ลีลา” แปลงเป็น “ลีลาศ” ฉันใด
“ไสยา” ก็แปลงเป็น “ไสยาศ” ได้ฉันนั้น

คำว่า “ไสยาศ” นี้เอง นักเลงบาลีฟังเสียง ไส-ยาด แล้วก็จับมาทำ “ทัฬหีกรรม” คือบวชซ้ำสอง เป็น “ไสยาสน์” (ไสยา > ไสยาศ > ไสยาสน์)

และเพราะคำเดิม “ไสยาศ” ท่านหมายถึง “นอน” เมื่อแปลงเป็น “ไสยาสน์” จะแปลตามรูปศัพท์ว่า “นอนและนั่ง” ก็ไม่ได้ เพราะความจริงอันเป็นหลักฐานบังคับอยู่ จึงจำต้องทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

เขียน “ไสยาสน์” (“นอนและนั่ง”) แต่บังคับให้มีความหมายเท่ากับ “ไสยาศ” (นอน) มาจนทุกวันนี้

…………..

ดูก่อนภราดา!

: ป่วยติดเตียง แต่ยังอุตส่าห์นอนสวดมนต์
: ประเสริฐกว่าร่างกายไม่พิการพิกล แต่ออกไปปล้นเขากิน

——————-
(ตอบคำถามค้างสามปีของพระคุณท่าน Surakiet JN)

ภาพประกอบ: จาก google