“ทุกฺขูปสมคา วิชฺชา เนว ทุกฺขาภิวุฑฺฒิยา” (ทุกขูปะสะมะคา วิชฺชา เนวะ ทุกฺขาภิวุฑฺฒิยา)
ความรู้ มีไว้เพื่อแก้ปัญหา ไม่ได้มีไว้เพื่อสร้างปัญหา
ทุกฺขูปสมคา แยกศัพท์เป็น ทุกฺข+อุป+สม+คา แปลว่า เพื่อความเข้าไปสงบระงับความทุกข์ หรือปัญหา (เพื่อแก้ปัญหา,แก้ทุกข์,บำบัดทุกข์)
เนว แยกศัพท์เป็น น+เอว
ทุกฺขาภิวุฑฺฒิยา แยกศัพท์เป็น ทุกฺข+อภิ+วุฑฺฒิยา แปลว่า เพื่อความเจริญยิ่งแห่งความทุกข์ (เพื่อสร้างทุกข์,ก่อทุกข์, ก่อปัญหา,สร้างปัญหา…)

แปลโดยยกศัพท์ (สำนวนบาลี)
วิชฺชา อันว่าความรู้, โหติ ย่อมมี, ทุกฺขูปสมคา เพื่อความเข้าไปสงบระงับทุกข์
(วิชฺชา อันว่าความรู้) โหติ ย่อมมี ทุกฺขาภิวุฑฺฒิยา เพื่อความเจริญยิ่งแห่งความทุกข์, น หามิได้, เอว นั่นเทียว

แปลแบบสำนวนไทยแบบชาวบ้าน ๆ ว่า
“ความรู้ มีไว้เพื่อแก้ปัญหา, มิได้มีไว้เพื่อสร้างปัญหา” หรือ “มิได้มีไว้เพื่อพอกพูนปัญหา”
“ความรู้ มีไว้เพื่อแก้ทุกข์, มิได้มีไว้เพื่อสร้างทุกข์”
“ความรู้ มีไว้เพื่อสร้างความสุข, มิได้มีไว้เพื่อสร้างความทุกข์”

ถ้าพูดถึงคำว่า “วิชชา” ที่แปลว่า ความรู้ ซึ่งตรงกันข้ามกับคำว่า “อวิชชา” ที่แปลว่า “ความไม่รู้” นั้น ท่านจะมุ่งหมายเอาความหมาย ๒ นัยะ คือ

๑. มุ่งหมายเอาความรู้ ที่หมายถึงความรู้ในธรรม ๘ ประการ
๒. มุ่งหมายเอาคุณวิเศษ คือ วิชชา ๓, และ วิชชา ๘

ถ้าเป็นความรู้ทั่ว ๆ ไป ทั้งวิชาการทางโลก หรือความรู้ เพราะการได้ศึกษาเล่าเรียน ความรู้อันเกิดแต่ประสบการณ์ทางทวารทั้ง ๖… ท่านจะใช้ศัพท์หลายศัพท์ คือ พาหุสัจจะ, (พหูสูต) ผู้ที่ได้ยินได้ฟังมามาก เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า สุตมยปัญญา, หรือถ้าคิดตรองตามที่ตนได้ยินได้ฟังมา หรือได้ศึกษาเล่าเรียนผ่านประสบการณ์มา…จะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า จินตามยปัญญา คือปัญญาอันเกิดแต่การคิดนึกไคร่ครวญหาเหตุผล …ซึ่งต่อยอดมาแต่สุตมยปัญญา… หรือพาหุสัจจะ … ฯ

๑) ความรู้ ที่เรียกว่า “วิชชา”นั้น ได้แก่ความรู้ในธรรม ๘ ประการ คือ

๑. ความรู้ในทุกข์
๒. ความรู้ในสมุทัย
๓. ความรู้ในนิโรธ
๔. ความรู้ในมรรค
๕. ความรู้ในขันธ์….ที่มีในอดีต
๖. ความรู้ในขันธ์….ที่จะมีในอนาคต
๗. ความรู้ในขันธ์….ที่มีทั้งในอดีตและในอนาคต
๘. ความรู้ในปฏิจจสมุปบาท

๒) ความรู้ที่มุ่งหมายถึงคุณวิเศษ ได้แก่ญาณหรือปัญญาที่เรียกว่า วิชชา ๓, หรือวิชชา ๘ คือ

๑. ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ  คือความรู้ในขันธ์…ที่เป็นไปในอดีต
๒. จุตูปปาตญาณ  คือความรู้ในการจุติและอุบัติของสัตว์ทั้งหลาย รู้ว่าสัตว์ไปตายไปแล้วไปอุบัติในภพภูมิไหน,ด้วยกรรมอะไร…
๓. อาสวักขยญาณ  คือความรู้ที่ทำอาสวะให้หมดสิ้นไป

วิชชา ๘ คือ

๑. วิปัสสนาญาณ ญาณในวิปัสสนา
๒. มโนมยิทธิ ฤทธิ์ทางใจ
๓. อิทธิวิธิ แสดงฤทธิ์ได้ต่างๆ
๔. ทิพพโสต หูทิพย์
๕. เจโตปริยญาณ รู้จักกำหนดใจผู้อื่นได้
๖. ปุพเพนิวาสานุสติ
๗. ทิพพจักขุ ตาทิพย์ (=จุตูปปาตญาณ)
๘. อาสวักขยญาณ

================

VeeZa

สิงหาคม ๒๕๖๑