ผลบุญ หรือกุศลวิบาก กับอานิสงส์ ต่างกันอย่างไร?

ผลที่ได้จากบุญกุศล ที่เรียกว่า กุศลวิบากนั้น เป็นผลโดยตรง เป็นไปตามธรรมนิยามของสภาวธรรม จัดเป็นปรมัตถธรรม คือ นามและรูป ไม่มีใครไปบัญญัติ หรือกำหนดกฎเกณฑ์ให้ได้… มี ๒ อย่าง คือ
๑. ผลโดยตรง (มุขยผล) ได้แก่ วิบากจิต และเจตสิกที่ประกอบ
๒. ผลโดยอ้อม (สามัญญผล) ได้แก่ รูป, คือรูปที่เกิดจากกุศลกรรมนั้น (กัมมชรูป)

ส่วนอานิสงส์ แปลว่า “ผลธรรมที่หลั่งไหล” ที่นอกเหนือไปจากกุศลวิบากดังกล่าวแล้วข้างต้น…. โดยมากอานิสงส์ เป็นบัญญัติ เป็นเรื่องที่ถูกกำหนดขึ้นมา เช่น อานิสงส์ของการเดินจงกรม…. อานิสงส์ของภิกษุผู้ได้กรานกฐิน…เป็นต้น
ตัวอย่าง อานิสงส์ของภิกษุผู้ได้กรานกฐิน ๕ ประการ คือ
1. เข้าบ้านได้โดยมิต้องบอกลาพระภิกษุด้วยกัน
2. เอาไตรจีวรไปโดยไม่ครบสำรับได้
3. ฉันอาหารเป็นคณะโภชน์ได้
4. เก็บจีวรไว้ได้ตามปรารถนา
5. ลาภที่เกิดขึ้นเป็นของเธอผู้จำพรรษาในวัดนั้น
จะเห็นได้ว่า ทั้ง ๕ ประการ เป็นสิ่งที่ถูกกำหนดหรือบัญญัติขึ้นมา…

บางอย่าง อานิสงส์แห่งบุญกุศลที่บุคคลได้กระทำไว้แล้วที่ไม่เกี่ยวกับข้อบัญญัติต่าง ๆ นั้น ได้แก่
– การได้อยู่ประเทศ หรือสถานที่ที่ดี (ปฏิรูปเทสวาโส)
– การได้พบสัตบุรุษ
– การได้ฟังพระสัทธรรม
– ความเป็นผู้ไม่มีโรค, มีร่างกายสมส่วน, งดงาม…
– ความเป็นผู้มั่งคั่ง มีทรัพย์สินที่รักษาไว้ได้เป็นอย่างดี….
– การได้รับความสรรเสริญ,ชมเชย,มีเกียรติยศ, มีชื่อเสียง… มีคนยกย่องนับถือ…เป็นต้น
…….ฯลฯ…..
ทั้งหมดล้วนเป็นอานิสงส์แห่งบุญกุศล คุณงามความดีที่บุคคลได้กระทำแล้วทั้งสิ้น….

เมื่อว่าโดยสรูป อานิสงส์มีความหมาย 3 ประการ ได้แก่
1. ชมเชย หมายความว่า ความดีต่างๆที่บุคคลได้กระทำไว้แล้ว จะได้รับผลของความดีตอบสนอง ส่วนผู้อื่นเมื่อเห็นบุคคลนั้นได้ความสุขความเจริญก็พากันยกย่องชมเชยว่าเป็นผู้มีบุญ
2. เบียดเบียน หมายความว่า ผลของความดีต่างๆที่บุคคลได้กระทำไว้แล้ว จะเข้าไปทำหน้าที่เบียดเบียน ผลของความชั่วที่ได้เคยกระทำไว้แล้วให้ตกไปไม่มีโอกาสให้ผล และยังสามารถป้องกันผู้กระทำความดีนั้นไม่ให้ตกไปในทางที่ชั่ว
3. ไหลออกอยู่เป็นนิตย์ หมายความว่า ความดีต่างๆที่บุคคลได้กระทำไว้แล้ว ย่อมให้ผลที่ดีตอบสนองอยู่เป็นนิตย์ และจะนำไปสู่ผลอันสูงสุดที่เหล่ามนุษย์ เทวดาพรหมปรารถนาเป็นยิ่งนักคือ การบรรลุมรรคผล นิพพานนั่นเอง

มีอีกคำหนึ่ง ที่น่าศึกษา คือ คำว่า “เงื่อนไข” 

ดูเหมือนว่า คำว่า “เงื่อนไข” มีลักษณะเป็นส่วนย่อยของ “อานิสงส์” 

เหมือนอย่างว่า ในทางโลก “หน่วยงานรัฐแห่งหนึ่ง ตั้งเงื่อนไขว่า (เงินค่าจ้างรายวัน) ว่า เมื่อทำการกวาดถนนเสร็จ เริ่มแต่เวลาเท่านี้ ๆ จนถึงในเวลาเท่านี้ ๆ จะได้รับเงิน 450 บาท”  และมีคนงานรับเงื่อนไขนั้น แล้วลงมือทำงาน คือการกวาดถนนนั้น…เมื่อเขากวาดถนนเสร็จตามเงื่อนไข เขาก็ได้รับเงิน 450 บาท

ข้อควรทำความเข้าใจ

  • ผลโดยตรงของการกวาดถนนนั้น คือ ความสะอาด ไม่มีฝุ่น…
  • ผลโดยอ้อม ก็คือ สภาพแวดล้อมดี ผู้คนเห็นแล้วเจริญตา เจริญใจ เพราะถนนสะอาด…เป็นต้น
  • การที่คนทำงาน ได้เงิน 450 บาท ไม่ใช่ผลอันเกิดจากการกวาดถนนนั้น แต่เป็นเงื่อนไข หรือข้อสมมติที่หน่วยงานรัฐนั้นตั้งไว้

จริง ๆ แล้ว การได้รับเงิน 450 บาท ของคนทำความสะอาดถนนนั้น จะว่าเป็นอานิสงค์ก็ได้ เพราะเป็นผลอันหลั่งไหลมาแต่การได้ลงมือกระทำการกวาดถนน นั่นเอง ….เงื่อนไขนั้นเป็นสิ่งที่ตั้งไว้ลอย ๆ  แต่ผลคือการได้รับเงิน 450 บาทจริง ๆ นั้น จะสำเร็จลงไม่ได้เลยถ้าบุคคลนั้นไม่ลงมือทำการกวาดถนน…

===============
VeeZa
๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๑