ข้อความที่ว่า “…ปาพจน์ตรงนี้ สำคัญนักหนา ที่เป็นเหตุให้เกิด มหายาน หีนยาน”
ดูเหมือนจะเป็นการดูถูก หรือดูหมิ่นดูแคลน…. พระเถระที่หลาย ๆ ท่านก็เป็นพระอรหันต์…
ตามหลักฐานที่ท่าน อ.เสถียรกล่าว ดูเหมือนว่า การแตกแยกจะมีตั้งแต่ การทำปฐมสังคายนา
ซึ่งสมัยนั้น ก็ยังมีพระอรหันต์มากมาย อย่างน้อยพระเถระที่ทำสังคายนาครั้งที่ ๑ ก็จำนวน ๕๐๐ รูป
เข้าไปแล้ว…ท่านที่ไม่ได้เข้าประชุมทำสังคายนา ก็อาจจะมีทั้งพระอรหันต์และท่านที่ไม่ได้เป็นพระอรหันต์
อาจจะได้อริยมรรค-ผลเบื้องต่ำ ๓, หรือเป็นปถุชน ก็คงจะมีมากมาย….

ข้อสังเกต ก็คือว่า …

– เป็นไปได้หรือ ที่ผู้ที่สำเร็จเป็นพระอรหันต์ จะแตกแยกกันเพราะพระดำรัสนี้…?? พระอรหันต์ทั้งหลาย มีความเคารพ ยำเกรง ในพระศาสดา มีความเคารพในพระธรรมวินัยอย่างยิ่งยวด ??? / โดยส่วนตัวแล้ว พระภิกษุเถระสาวกทั้งหลายที่เป็นพระอริยะบุคคล จะขั้นต่ำโสดา…ไปจนถึงขั้นสูงสุด คือ อรหันต์ จะแตกแยกกันไม่พอใจกัน เพียงการตกลงกันไม่ได้ว่า “สิกขาบทใด หมวดใด กลุ่มใด เป็นสิกขาบทเล็กน้อย ที่จะตัดออกไปได้” ไม่น่าจะเป็นไปได้… // เพราะจริง ๆ ในที่ประชุมสงฆ์นั้น ล้วนเป็นพระอรหันต์ ได้ทำความตกลงกันว่า จะไม่ตัดสิกขาบทใด ๆ ออกไป … ซึ่งก็เป็นการสมควรแล้ว … // เพราะบุคคลผู้หวังความบริสุทธิ์ หมดจด หลุดพ้นจากทุกข์จึงมาสู่พุทธศาสนา… // ถ้าปฏิบัติไม่ได้ ก็ให้ถือว่า “ปฏิบัติไม่ได้, ขาดคุณสมบัติ, ไม่มีความสามารถไป, จะไปบอกว่า พอปฏิบัติไม่ได้ ก็ให้ตัดสิกขาบทนั้น ๆ ทิ้งไป… อย่างนี้ย่อมไม่เป็นการถูกต้องแน่ //

– เป็นไปได้หรือไม่ว่า ผู้ที่แยกตนออกไป คือสาวกที่ไม่ได้สำเร็จเป็นพระอริยบุคคลใด ๆ เลย … เพราะถ้าเป็นพระอริยบุคคล จะแยก หรือจะไม่ยอมรับมติของคณะพระเถระผู้กระทำสังคายนา ซึ่งมีพระมหากัสสปะ ผู้ที่พระพุทธเจ้าทรงยกย่อง ว่ามีวิหารธรรมเสมอด้วยพระองค์ เป็นประธาน, มีพระอานนท์เถระ ผู้ที่ใกล้ชิดพระพุทธเจ้ามากที่สุด ได้ยิน ได้ฟัง ได้จารึกจดจำพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคเจ้าได้มากที่สุด….. ได้อย่างไร ..????
– พระอริยบุคคลชั้นต่ำ จนถึงระดับพระอรหันต์ ไม่มีโลภะ ไม่มีโทสะ….ไม่มีโมหะ ไม่มีมานะ ไม่มีความอิสสา ริษยา…หรือทิฏฐิใด ๆ .แล้ว…เป็นไปไม่ได้ ที่จะไม่ยอมรับมติของพระมหาเถระผู้กระทำปฐมสังคายนา…..

– แม้จะบอกว่า “สิกขาบทบางข้อ พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติในแต่ละแห่ง เฉพาะกาล เฉพาะที่…เมื่อพ้นกาล พ้นเวลา…พ้นเทศะ …ในบางขณะไปแล้ว ก็ทรงรับสั่ง อนุญาตต่อบ้าง ทรงระงับสิกขาบทนั้น ๆ บ้าง…. / มติคณะสงฆ์ผู้ทำสังคายนาเป็นเช่นไร ….พระสาวก ผู้มีความเลื่อมใสในพระศาสดา -ในพระธรรม… ไม่จำเป็นต้องถึงกับเป็นพระอริยบุคคล …. ควรที่จะยอมรับอยู่แล้ว…. ไม่ใช่หรือ ??? //

นี่เป็นหลักการสำคัญของพุทธฯ …. ถ้าหากไปแสดงมั่ว ๆ ….คนก็จะเกิดการสับสน ว่า เอ๊ะ… ในขณะนั้น พระอริยบุคคล เต็มไปหมด …ก็จะเกิดคำถามว่า …พระอริยะบุคคลเหล่านั้น แตกแยกกันเพราะสิกขาบท หรืออย่างไร ??? คุณเครื่องของความเป็นพระอริยบุคคล (โสดา,สกทาคา,อนาคา, อรหันต์) เป็นเช่นไร ยังแตกกันได้อยู่หรือ…???

การแตกแยก จริง ๆ ก็อาจจะเกิดได้ อย่างภิกษุ ๒ พวก ชาวโกสัมพี แม้ในขณะที่พระพุทธเจ้ายังดำรงพระชนม์อยู่…. แต่ก็ต้องทำให้กระจ่างว่า ภิกษุเหล่านั้น ไม่ปรากฎว่าได้สำเร็จเป็นพระอริยบุคคล…เป็นภิกษุปุถุชน… ยังมีทิฏฐิ, มานะอยู่…

เป็นที่น่าสังเกตว่า ….พุทธศาสนาที่แผ่ไปยัง ธิเบต จีน…โดยเฉพาะที่จีน… ทำหลักการณ์ของพุทธศาสนาเละเทะ เช่น….พระอรหันต์ยังกลับมาเกิดได้….พระอรหันต์ยังฆ่าคนได้….พระพุทธเจ้ายังจะกลับมาเกิดใหม่ได้… เละเทะจริง ๆ // ก็ละกิเลสเป็นสมุจเฉทแล้ว ทำลายกรรม และวิบากให้สูญสินแล้ว ดับขันธ์แล้ว (อนุปาทิเสสนิพพาน ดับขันธ์ ๕ แล้ว) จะเอาอะไรไปบังเกิดใหม่อีก….

คำพูดที่ว่า “การที่พระพุทธศาสนา แตกแยกเป็นนิกายต่าง ๆ มากมายนั้น จัดว่าเป็นความเจริญของพุทธศาสนา” … ซึ่งไม่ตรงความจริง และความประสงค์ของพุทธศาสนาเท่าใดนัก… เพราะ
– ถ้าเป็นแตกแยกไปนั้น เป็นความเห็นผิด… ซึ่งไม่ตรงกับที่พระพุทธเจ้าทรงประสงค์ หรือทรงตรัสไว้… ความแตกแยกไปนั้น ไม่ดีแน่…
– ถ้าเป็นแตกแยกไปนั้น เป็นไปด้วยความเข้าใจผิด หรือ ตนปฏิบัติไม่ได้ ก็เลยละทิ้ง ยกเลิกสิกขาบทนั้น ๆ ไป…
– ถ้าเป็นแตกแยกไปนั้น เป็นความหลง งามงาย หวังให้เป็นไปตามกระแสโลก หวังลาภ-ยศ…เป็นต้น ความแตกแยกไปนั้น ไม่ดีแน่…ไม่ทำให้พุทธศาสนาเจริญแน่…
– ต้องทำความเข้าใจว่า “คำว่า พุทธศาสนาเจริญ” นั้น เจริญอะไร ? ศีลก็มีอยู่เท่านั้น สมาธิ ก็มีอยู่เท่านั้น ปัญญาก็มีอยู่เท่านั้น เท่าที่พระองค์แสดงแล้ว..เพียงพอแก่การบรรลุคุณธรรมต่าง ๆ คือ มรรค ผล นิพพาน ฌาน อภิญญา อยู่แล้ว…. ไม่ต้องไปบัญญัติเพิ่ม หรือลดอะไรเลย…

หากบอกว่า “พุทธศาสนาเจริญ” แต่เจริญในสิ่งที่ผิด เจริญอะไรก็ไม่รู้ …เจริญแบบพุทธพาณิชย์…เจริญแบบงมงาย สร้างพระเครื่อง, สร้างเหริยญ…สร้างศาลาหลังใหญ่ ๆ, สร้างพระพุทธรูป, หลวงปู่ หลวงพ่อ… องค์ใหญ่ ๆ   // นั่นหรือ คือความเจริญของพุทธศาสนา… ???

ข้อนี้ ชาวพุทธฯ ต้องศึกษาให้รอบคอบ และพูด แสดง ให้รอบคอบ… อย่าให้เสียหลักการของพุทธฯ เพราะถ้าเสียหลักการของพุทธฯแล้ว นั่นคือการทำลายพุทธศาสนา…. //

==============

VeeZa

๑๑ มกราคม ๒๕๖๒